[★] サムライDEEPER KYO
posted on 25 Jul 2008 16:26 by tonarino
กว่าจะมาเขียนเป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้ได้ใช้เวลายาวนานมากจริงๆ
นี่เป็นการอ่านการตูนเรื่องนี้รอบที่...ประมาณ....สี่หรือห้า..ช่างเถอะ ![]()
แต่เป็นครั้งแรกที่อ่านจบจบและอ่านอย่างตั้งใจ..(จนป่านนี้แล้วเพิ่งจะอ่านจบ)![]()
เราเคยอ่านเรื่องเคียวมาหลายครั้งตั้งแต่ช่วงที่ออกมาไม่กี่เล่ม ![]()
ช่วงออกมาได้กลางๆเรื่องจนไปถึงช่วงเล่มจบว่างแผง ![]()
ซื้อเรื่อยๆแต่ไม่เคยอ่านพ้นความน่าเบื่อช่วง 3~5 เล่มแรกไปได้เลย![]()
คติอย่างนึงที่ตัวเองเป็นคือไม่ว่าจะการตูนหรือหนังก็ตาม
ถ้าไม่ดูหรืออ่านไปถึงตอนจบก็ไม่อาจตัดสินได้ว่าดีหรือไม่ดี
เพราะฉะนั้นครั้งนี้เราเลยอ่านเรื่องเคียวอย่างละเอียดและตั้งใจ(พูดให้ถูกคือใส่ใจ)
และก็เลยได้มาอัพบลอค่์รีวิวแบบนี้แหละ(แต่ก็ไร้สาระตามประสาคนแบบเราอะนะ)

ความเห็นส่วนที่เกี่ยวพันธ์กับเนื้อเรื่อง
- อย่างที่บอกไปตอนต้นว่าช่วงแรกน่าเบื่อมาก..พลอตราวกับอ่านเคนชินเปลี่ยนลายเส้น
เหมือนจริงๆนะแล้วเราเองก็ใช่จะชอบเรื่องเคนชินอ่านไปหาวไปตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน
แต่พอเรื่องดำเนินไปได้ซักพักก็เริ่มมีเป้าหมายเป็นเรื่องเป็นราวมีเอกลักษณ์เรื่องของตัวเอง
ถึ่งเนื้อเรื่องช่วงหลังถ้าให้สรุปใจความหรือนับช่วงเวลาตามเนื้อเรื่องจริงๆจะสั้นแสนสั้น
การต่อสู้ในตระกูลมิบุเป็นสิบๆเล่มแต่เวลาในเรื่องน่าจะราวๆอาทิตย์นึง(ดีไม่ดีไม่ถึงด้วย)
แต่เอาเถอะการตูน SHONEN ก็แบบนี้แหละไม่แปลกตรงไหนเลย

เราก็ชอบเนื้อเรื่องในช่วงหลังๆนี่แหละอย่างน้อยดูอลังการวิชาตอนสู้ก็คุ้มแล้ว
- จริงๆเพราะเรื่องนี้อิงประวัติศาสตร์ไปด้วยถึงแม้ว่าจะเป็นการพูดถึงประวัติศาสตร์
เบื้องหลังที่ไม่มีบันทึกในประวัติศาสตร์จริงก็ตาม แต่ถ้ารู้พวกบุคคลสำคัญๆในยุคต่างๆ
แล้วก็เรื่องลำดับประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นพื้นฐานอยู่บ้างจะทำให้อ่านสนุกกว่าไม่รู้เลย
ขอบคุณดวงที่ทำให้รายงานปีสุดท้ายจับฉลากได้ทำประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น
มีประโยชน์ตอนอ่านการตูนหลายเรื่องมากส่วนใหญ่เขียนอิงประวัติศาสตร์กับตำนานอยู่แล้ว
ถึงจริงๆเวลาอ่านการตูนพวกนี้จะทำให้เราคิดว่า.."ทำไมไม่คิดถึงคนอ่านต่างประเทศหน่อยน้า"
เป็นบางครั้งก็ตามแต่ก็เข้าใจว่าเป้าหมายหลักคือขายในประเทศ คนส่วนใหญ่อ่านก็เข้าใจอยู่แล้ว
ของแถมคือได้แนะนำให้ประเทศอื่นอื่นรู้เรื่องประเทศตัวเองด้วย
(นอกเรื่องอีกแล้วซิ)
- ชอบที่การตูนแถมพวกการตูนสี่ช่องหรือการตูนช่องเดียวจบตรงปกแล้วก็พวกประวัติตัวละคร
เพราะทำให้ได้รู้เรื่องมากขึ้นจากในเนื้อเรื่องแล้วส่วนใหญ่ก็น่ารักทั้งนั้นรู้สึกคุ้มดีด้วย
ส่วนที่เป็นคำพูดอาจารย์คามิโจวเราก็อ่านหมดนะ ส่วนใหญ่พูดถึงแต่การตูนเรื่องเคียวจริงๆ
- ว่าด้วยเรื่องของตระกูลมิบุ..เ็ป็นเรื่องที่เราอยากพูดมาก..อันนี้จะเป็นส่วนของเนื้อเรื่องจริงๆแล้ว
ดังนั้นอาจมีการสปอยคนที่ไม่ได้อ่านหรือยังอ่านไม่จบได้ (มันจะมีเหรอ
ป่านนี้แล้ว
)
อย่างที่รู้กันว่าจริงๆแล้วตระกูล มิบุ ที่แท้จริงได้ล่มสลายไปแล้วมีเพียงเคียวที่เป็นเด็กคนสุดท้าย
ของตระกูลมิบุที่แท้จริง ส่วนตระกูลมิบุที่คงอยู่ในปัจจุบัน(ของเรื่องเคียว) เป็นลูกหลานของ
"ตุ๊กตาสงคราม" ที่ตระกุลมิบุที่แท้จริงสร้างขึ้นจากความเบื่อหน่ายที่มีชีวิตมายาวนาน
มีพลังและได้ทุกอย่างที่ต้องการจนไม่รู้จะหาเหตผลใดในการใช้ชีวิตอยู่และได้เริ่มทำการต่อสู้กันเอง
จนกระทั่งไม่เหลือตระกูลมิบุสายเลือดจริงอีกต่อไป(ยกเว้นเคียว) จักรพรรดิ์แดงรุ่นก่อนจึงต้องแสดงตัว
เป็นผู้นำเพื่อให้เหล่าตุ๊กตาสงคราม(รุ่นที่ใกล้เคียงกับมิบุพันธแท้ที่สุด)ได้มีชีวิตอยู่กันต่อไป
ซึ่งตอนแรกๆทุกคนก็อยู่ดีมีสุขกันอยู่หรอกแต่หลังๆก็เริ่มเกิดโรคแห่งความตายขึ้นทำให้ตระกูลมิบุ
เริ่มป่วยและล้มตายลงซึ่งคนที่มีสายเลือดตระกูลมิบุในปัจจุบันเวลาที่ตายจะค่อยๆสลายไป
เหมือนแสงหิ่งห้อยเลย..หรือเราคิดไปคนเดียวว่าเหมือน..เอาว่าร่างสลายไปนะเอง
ที่นี้ก็มาพูดถึงตอนที่เราสะกิดใจขึ้นมา เป็นคำพูดของโฮตารุกับชินเร..ถ้าจำไม่ผิด..ที่บอกว่า
(ประโยคคงไม่เหมือนเดะๆเพราะไม่ไ่ด้กางหนังสือพิมพ์แต่เนื้อความราวๆนี้แหละ
)
"ก็เคยสงสัยมานานแล้วว่าเวลาที่คนตระกูลมิบุตายทำไม่ไม่เคยเหลือร่างไว้เลย
ทั้งที่สิ่งมีีิชีวิตอื่นเวลาตายจะต้องเหลือร่างไว้..ราวกับว่าไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นแต่แรก"
อันนี้เราไม่คิดแบบนั้นนะ..เพราะตลอดช่วงที่มีชีวิตอยู่ได้เจอกับผู้คนรอบข้าง
เรื่องราวของเราที่คนรอบข้างจดจำเป็นหลักฐานว่าเรามีชีวิตอยุ่ตรงนั้นไม่ใช่เหรอ???
แค่ร่างหายไปเลยกับรอให้กลายเป็นซากค่อยๆหายไปมันต่างกันแค่ไหนเชียว
"ถ้างั้นพวกเราตระกูลมิบุก็ไม่ใช่เทพเจ้า แต่เป็นเพียงตุ๊กตาที่มีค่าต่ำกว่ามนุษย์อีกนะซิ"
ถ้าตามความเห็นเรามันการเป็น โรคแห่งความตาย มันไม่ได้เลวร้ายอะไรมากมายเลย
สิ่งมีชีวิตถ้าเกิดแล้วก็ต้องตายเป็นเรื่องที่ปกติ..ดังนั้นการที่อยู่ดีๆมีโรคนี้ปรากฎขึ้น
ทำให้ตระกูลมิบุที่ไม่ตายกลับต้องตาย..มันเหมือนเป็นการยอมรับจากธรรมชาติว่า
"พวกเค้านั่นเป็นสิ่งมีชีวิตหนึ่งในโลกเช่นกัน..ไม่ใช่เพียงตุ๊กตาสงครามอีกแล้ว"
การเป็นสิ่งมีชีวิตมิใช่พระเจ้ามันไม่ได้แย่นักหรอก การที่เกิดมาแล้วได้รับรู้ว่า
ไม่อาจคงอยู่ได้ตลอดไปช่วยทำให้ใช้ชีวิตได้คุ้มค่ามากกว่าอยู่ไปเรื่อยๆอีก...
เราว่างั้นนะ และยิ่ิ่งได้รับรู้ว่าตนเองเวลาเหลือน้อยลงเท่าไหร่..
เพียงก็ยิ่งให้ความสำคัญกับชีวิตมากขึ้นเพียงแค่นาทีเดียวก็มีค่ามากกว่าร้อยปีซะอีก
จะคำว่า "นิรันดร์" "อมตะ" "ตลอดไป" ไม่ว่าจะคำไหนๆก็ช่างเป็นช่างเวลาอักยาวนาน
ซะจนกลืนกินความหมายของการมีชีวิตอยู่และความใฝ่ฝันที่เคยมี..ไม่อยากอยู่เลยจริงๆ
เรื่องของการที่ร่างหายไปเรามองว่ามันก็มีข้อดีนะ อาจเรียกได้ว่าเป็นความใจดีแบบนึง
ดูในด้านสิ่งแวดล้อมก่อน..เรามองว่าจากระบบนิเวศแล้วมันควรจะเป็นตามข้างล่างนี้
พืชถูกม้าลายกิน
ม้าลายถูกสิงโตกิน
สิงโตตายร่างกลายเป็นปุ๋ยให้พืช
วนอีกรอบ
แต่ถ้าจะพูดไป มนุษย์ กินทั้ง พืช ม้าลาย และสิงโตแต่พอเวลาตายกลับไม่ใส่ตัวเองเข้าไปในระบบ
สิ่งที่ทำคือเอาศพใส่โลงให้ดินแถวนั้นเสียเล่นไม่ก็เผาจนเหลือเถ้าเก็บเป็นของต่างหน้า
เราก็เข้าใจความรู้สึกเศร้าและสูญเสียของคนที่ยังอยู่..แต่บางครั้งก็คิดว่ามนุษย์ช่างทำอะไรตาม
อารมณ์เป็นหลักจริงๆ
ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็เป็นแค่ส่วนนึงของโลกแท้ๆ กลับวางท่าซะใหญ่โต..
ถ้าไม่หยุดก่อนเราอาจเตลิดพิมพ์ผิดเรื่องได้เพราะงั้นที่เราต้องการพูดคือหายไปเลยแบบนั้น
ก็อาจเป็นการดีก็ได้..ไหนๆก็ไม่คิดจะมาเป็นส่วนนึงของธรรมชาติกันอยู่แล้ว
( ยกตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจง่ายๆเลยเป็น ม้าลาย สิงโต แต่คนก็กินได้ทุกอย่างอยู่แล้ว )
ข้อดีต่อมาที่คิดได้คือ ทำให้ตัดใจได้ง่ายขึ้น คนตายนะไม่เสียหายอะไรหรอก
แต่ก็คงมีคนที่ยังมีชีวิตอยู่ที่นั่งกอดร่างไร้วิญญาณเอาไว้เฉยๆโดยเริ่มชีวิตตัวเองต่อไปไม่ได้
การไม่เหลืออะไรให้หวังอีกแล้วอาจจะดีกว่า..แต่ส่วนใหญ่์ไม่น่าทำได้เพราะตัดอารมณ์ไม่ได้
พี่สาวแอบแซวว่าเราจะเป็นนักอนุรักษ์รึไง...เป็นไม่ได้หรอกเพราะเราทำได้แต่คิดไม่ทำอะไรเลย
เราเองก็เป็นคนธรรมดาที่ตอนตายน่าจะลงโลงและเสียใจกับการจากไปของคนที่รัก...
การไม่ทำอะไรเลย กับ การไม่สามารถทำอะไรได้ ให้ความรู้สึกเศร้าที่ต่างกันจริงๆ
- ตอนที่ยูยะนึกถึงคำพูดที่พี่(บุญธรรม)โนโซมุ เคยพูดไว้ว่า
"เพราะพระเจ้าที่แท้จริงได้ตายไปแล้วคนที่ใจดีที่สุดเลยแสดงตัวเป็นพระเจ้าแทน"
คำพูดนี้ทำให้เรานึกถึงเรื่องที่แทบจะไม่เกี่ยวกันเลยแต่ช่วยไม่ได้มันนึกไปแล้วอะนะ
"ถ้าหากว่าพระเจ้าใจดีอย่างที่ว่าจริงๆเพราะอะไรถึงไม่ยอมอภัยให้เราที่รักกันหละ"
จำไม่ได้เหมือนกันว่ามาจากอะไรระหว่างเรื่องเกี่ยวกับ พี่น้องรักกันเอง หรือ รักร่วมเพศ
จะแบบไหนก็เป็นคำพูดที่ยึดความต้องการตัวเองเป็นหลักสมเป็นมนุษย์จริงๆ
แต่สุดท้ายประโยคที่คาใจมาตลอดก็จบลงว่า"อ้อเป็นคนใจดีเลยยอมเป็นคนใจร้ายนี่เอง"
การใจดีกับตามใจมันต่างกันถ้าไม่มีคนห้ามว่าเป็นเรื่องที่ผิดก็คงเหมือนกับเวลาที่
ผู้ใหญ่ให้เด็กกินอาหารที่อยากทานตามใจไม่ห้ามและสุดท้ายเด็กก็กลายเป็นโรคอ้วน
แม้ว่ามักจะมีคำพูดที่ว่า "เอาอะไรมาตัดสินว่าแบบไหนดีไม่ดี" ตามมาเสมอ
แต่ถ้ารอกว่าจะรู้สึกตัวเองมันจะยาวนานเกินไป ถ้ารักถ้าเอ็นดูย่อมไม่อยากจะให้เสียใจอยู่แล้ว
....นี่เราอ่านการตูนต่อสู้ยังไงให้คิดไปถึงเรื่องพวกนี้ได้เนี่ย

เกี่ยวกับตัวละครในเรื่อง
แน่นอนอยู่แล้วว่าพวกชอบคนจากหน้าตาแบบเราจะต้องชอบตัวละครขายหล่อขายเท่ห์ในเรื่อง
แล้วก็ชอบหลายคนซะด้วยถึงจะเลือกไม่ถูกว่าชอบคนไหนมากสุดก็เถอะ (ภูมิใจเหรอ??)
- เคียว เนื่องจากว่าเคียวหน้าตาดีเวลาทำอะไรในเรื่องหรือจะโชว์เทพปานใด
ก็ไม่เคยรุ้สึกรำคาญเลย ฮะๆ ถ้าเรื่องนี้ไม่เปลี่ยนตัวหลักจาก เคียวชิโร่
เคียว
เราอาจเลิกอ่านไปแล้วก็ได ้
เป็นเคียวไม่ต้องทำอะไรนอกจากวางวาดนิ่งเก๊กหล่อทั้งเรื่อง
ส่วนนิสัยที่ออกจะตาลุงๆและนิสัยที่ทำเหมือนเด็กนั่นจริงๆเราก็ชอบนะ ก็น่ารักด ี
แต่ที่เราสงสัยคือ ตกลงแล้วเคยชอบซาคุยะจริงๆเหรอ? ดูไม่เหมือนเลยเคียว
แล้วก็คิดว่าเคียวแอบใจร้ายยังไงไม่รุ้..ทำไมดูให้ความสำคัญเคียวชิโร่มากกว่าจตุรเทพหล่ะ
ถึงจะบอกว่าแต่ละคนก็มีความสำคัญต่างกันมันก็ดูน่าน้อยใจนิดๆไงไม่รู้
- ยูยะ ตอนแรกๆก็ไม่ค่อยชอบซักเท่าไหร่..พออ่านไปซักพักกลายเป็นเฉยๆ..แล้วหลังจาก
อ่านไปอีกซักพักก็ชอบมากขึ้น ชอบมากกว่าซาคุยะเยอะ..แอบสงสัยสองคนนี้คล้ายกันตรงไหน?
แต่ที่ชอบมากที่สุดคือตอนที่ยูยะพูดกับจักรพรรดิ์แดง "ไม่กลัวหรอก..ความเชื่อก็เป็นแบบนี้แหละ"
ชอบมากเลยนะ..จริงด้วยแหละ..ถ้าเชื่อจริงๆคงไม่มีความกลัวอยู่หรอก
อีกเรื่องคือเวลายูยะปล่อยผมจะเหมือนเป็นคนละคนกันเลย..แต่ปล่อยแล้วน่ารักกว่านะ
- เคียวชิโร่กับซาคุยะ จริงๆก็แทบไม่มีอะไรจะพูดกับคู่นี้เท่าไหร่..ไม่ได้ชอบทั้งคู่ก็แบบนี้

- อากิระ ชอบตรงนิสัยที่เป็นโรคคลั่งเคียวนี่แหละ แหมๆน่ารักจังเลยนะ

นิสัยที่ชอบพูดจาปากเสียประชดประชันเราก็ชอบ ฮะๆ แต่ชอบตอนที่เสียตาไปแล้วมากกว่า
ตอนที่ตายังดีนะ..มันน่ารักกว่าอะ..วิชาของอากิระเราก็ชอบ..มันสวยดีหน่ะ
อ่านเรื่องของอากิระทีไรจะคิดทุกทีว่าสายเลือดไม่ได้สำคัญอะไรขนาดนั้นซะหน่อย
เลือดมันก็แบ่งได้แค่สี่แบบเหมือนๆกันต่อให้กรีดเลือดพวกสายเลือดซามูไรออกมา
ก็ใช่ว่าจะสาดใส่ศัตรูแล้วกลายเป็นกรด เอามาทาแผลแล้วหายเร็วกว่าพลังอาคาริจัง
ดังนั้นอย่าไปคิดมากเลยนะ อากิระจัง......... เข้าข้างหน้าด้านๆเลยแฮะ
- อาคาริ ชอบตอนผมสั้นท่าทางไร้สติในเล่มหลังๆอะ
- บงเทนมารุ ไม่รู้จัก ไดเตะ มาซามูเนะ อ่ะ..อยากรู้ประวัติแท้จริงเหมือนกัน
- โฮตารุ กับตัวละครนี้เรามักจะชอบแบบเป็นคู่แฮะประมาณว่า
เวลาที่โฮตารุอยู่กับคนอื่นจะแสดงนิสัยออกมาได้น่ารักกว่าอยู่คนเดียวอะ
เราชอบเวลาอยู่กับชินเรแล้วก็ทะเลาะกันบ้าง ทำท่าทางเป็นห่วงบ้าง เป็นพี่น้องที่น่ารักดีออก
อ้อ..เวลาอยู่กับยุอันแล้วก็ครอบครัวยุอันก็ชอบนะ น่าร้าก~
อือ..ว่าไปแล้วชุดสมัยก่อนตอนเป็นจตุรเทพมันดูสาวๆยังไงอยู่นะ
- ชินเร ก็อย่างที่บอกว่าชอบเป็นแพ็คคู่อะนะ..พี่น้องๆ
ตอนแรกๆที่ออกมาเหมือนจะไม่เด่นแล้วหลังจากนั้นรู้สึกจะน่ารักขึ้นเรื่อยๆนะ
ชอบท่ารำของชินเรเหมือนกัน นิสัยที่จริงจังขนาดนั้นก็ตลกดี ฮะๆ
ตอนใช้วิชาที่ชอบอีกท่าคือตอนใช้แต่งหน้าโลหิตของโฮตารุ..
โอ้
มันช่างเป็นวิชาที่ใช้แล้วดูดีกันจริงๆ ทั้งพี่ทั้งน้องเลย 
(เพราะชินเรเกิดวันวาเลนไทน์มันจำง่ายเลยเผลอจำได้เลยอะ)

- ฟุบุกิกับฮิชิงิ นี่ก็ชอบเป็นคู่อีกแล้ว..ก็แหมคุณสี่ผู้เฒ่าทั้งสองน่ารักจะตาย
ดูเป็นพวกชิ้งๆทั้งคู่เลยนะ..ยิ่งอยู่มานานแล้วจะยิ่งพูดน้อยกันเหรอ?
- มุรามาสะกับโทคิโตะ อือ...จริงๆไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นะ เราคงไม่ถูกสเป็คหน้าแบบนี้
- ยุอัน น่ารักมาก..ฮ่าๆ..ชอบท่าทาง นิสัย แล้วก็ชุดจังเลย (ชอบคนที่ภายนอกจริงๆเรา)
- คุณจักรพรรดิ์แดงรุ่นก่อน ..ชอบที่หน้า..อ๊ะ..เผลอยอมรับไปตรงๆอีกแล้ว

แต่น่ารักจริงๆนะเวลาทำหน้าจริงจังอ่ะ..กริ๊ด
ชอบมากเลยหละ

- ซานาดะ ยูคิมุระ ช่วงแรกๆก็เฉยๆนะไม่แน่ใจว่าจะชอบดีรึเปล่า?
แต่อ่านไปเรื่อยๆก็ชอบมากขึ้น..น่ารักจัง..พอเป็นแบบนั้นแล้วก็เลยคิดว่า
น่าเสียดายจังเลยตามประวัติศาสตร์จริงหลังจากนั้นต้องแพ้สงครามนี่หนะ
น่าเศร้าจัง...อือ..แต่เราไม่เคยนึกภาพว่า ซานาดะ จะเป็นคนแบบนี้มาก่อนอะนะ
เพราะงั้นถ้าเป็นคนแบบนี้จริงมันก็คงจะน่าสนุกดีเหมือนกัน......
- ซารุโทบิ ซาสุเกะ เป็นชื่อที่คุ้นหูมากถ้าอ่านการตูนมาหลายๆเรื่องจะได้พอบ่อยๆ
โดยเฉพาะการตูนนินจาเนี่ย..แต่เวอร์ชั่นตัวกระเปี๊ยกแบบนี้ก็น่ารักดี
เราก็ชอบซาสุเกะคุงมากพอตัวเลยนะ(เห็นแววอนาคตตัวเองเข้าลัทธิโชตะรำไร)
โรคคลั่งซานาดะของซาสุเกะคุงแรงพอๆกับโรคคลั่งเคียวของอากิระจังเลย(ฮ่า)
ที่ชอบที่สุดของซาสุเกะคุงคือเวลาที่ถูกยูคิมุระแห่หรือทำท่าทางงอนๆนี่แหละ
อ๊ะ....ว่าไปแล้วนอกจากซาสุเกะกับไซโซเราจำคนอื่นในสิบผู้กล้าไม่ได้เลย
มาคิดตามประวัติศาสตร์จริงก็คิดว่าถ้าเป็นซาสุเกะกับยูคิมุระคนนี้ไม่น่าแพ้เลยนะ
แบบว่าคิดยังไงก็เก่งกันขนาดนั้น..ต่อให้เสียเปรีบเรื่องจำนวนทหารที่ต่างกัน
แต่เจอดาบอัสนีซักทีคงกลบจุดด้อยตรงนั้นไปได้ แถมเนตรทิพย์ยูคิมุระด้วยอะ
อย่างว่าแหละ..เพราะนี้คือการตูนดังนั้นข้อสันนิฐานบนก็เลยเจ๊ากันไป
อีกนิด..ตามประวัติศาสตร์จริงหลังซานาดะตายในสงครามก็ไม่พบเรื่องของ
ซาสุเกะอีกเลยในหน้าประวัติศาสตร์ซินะ..แต่เค้าก็ว่ากันว่าไม่ได้ตาย..
แหมๆ กับคนที่ไม่แน่ใจว่าเป็นเพียงเรื่องแต่งขึ้นหรือมีอยู่จริงรึเปล่าแบบนั้น
ก็คงจะได้แต่เดาๆกันไปแหละนะ..(แต่ซาสุเกะคนนี้อาจช็อคมากได้อะนะ)
(ว่าไปแล้วคนนี้ก็วันเกิดจำง่ายอีกคน..วันคริสต์มาส)
- อิเอยาสุซัง แบบว่าแอบถูกใจตรงที่ควบบทของ ฮัตโตริ ฮันโซ ด้วยนี่แหละ

ถ้าเป็นแบบนั้นจริงตามประวัติศาสตร์เท่ากับว่านินจายึดครองเมืองตามที่เค้ากลัวกันเลยนะ
แบบว่าแอบชอบคุณพ่ออิเอยาสุ..เค้าน่ารักดีอะนะ(น่าจะพูดถึงเบนิโทร่ามากกว่าไม่ใช่เรอะ?)
ละครซีดี
จะไม่ขอพูดถึงซี่รี่ยฺที่เป็น Onmyouden เพราะยังไม่ได้เริ่มฟังเลยยังให้ความเห็นอะไรไม่ได้
แต่รู้ว่าเป็นเนื้อเรื่องช่วงหลังๆของฉบับการตูนซึ่งในอนิเมไม่ได้ทำเนื้อเรื่องส่วนนี้....
ก็นับเป็นการชดเชยกันไป..ฟังเสียงและจินตนาการตามเอา...ยิ่งอยากดูเป็นอนิเมเข้าไปใหญ่

ที่น่าสนใจคือเซ็ทที่เป็น "โรงเรียนซามูไร" นี่แหละ..ออกมาทั้งหมดสามตอน![]()
ตอนแรกเป็นเกริ่นๆนำเรื่องประมาณว่าถ้าหากตัวละครเป็นเวอร์ชั่นนักเรียนจะเป็นยังไง
เป็นการตูนสั้นๆไม่กี่หน้า ส่วนตอนสองกับสามเป็นละครซีดีที่แถมมากับหนังสือลิมิตของญีุ่ปุ่น
อยากบอกว่าเพิ่งฟังตอนสองไป..ยังไม่จบหรอก..แต่ชอบนะแบบว่าฟังแล้วเห็นภาพตามเลย![]()
ตอนแรกตั้งใจจะแปลตอนแรกเป็นภาษาไทยลงมาด้วย..แต่ไม่ไหวไม่มีเวลาทำแฮะ
เกี่ยวกับภาคอนิเมชั่น

ประทับใจจัดขนาดเอามาเขียนไว้ท้ายสุดเลยนะเนี่ย
ฮึ![]()
เราซื้อ(แต่ให้คุณพี่่จ่ายให้) DVD BOX SET กล่องสีขาวอันเล็กอ่ะนะ
เพราะกล่องเล็กหล่อกว่ากล่องใหญ่...อ๊ะ!! ไม่ใช่ซิเพราะว่าสวยกว่าต่างหาก
รูปที่เป็นปกดีวีดีแต่ละอันมีลงอยู่ในหนังสือ Art Book - You ด้วยหาดูกันได้
- เพลง OP เพราะดีนะตอนแรกเปิดมาเห็นขึ้นเนื้อร้องสะกดเป็นภาษาไทย(คาราโอเกะ)
แอบตกใจไปหลายวิ..แต่หลังจากนั้นเค้าก็สลับเนื้อแปลกับเนื้อร้องก็น่ารักดี
- อนิเมทำออกมาแค่ยี่สิบกว่าตอนจบ...ส่วนเนื้อเรื่องนั้น..ถ้าไม่ติดที่ว่ากล่องสวยลาย
ปกดีวีดีเส้นอาจารย์คามิโจอาจโดนเฟี้ยงลงหน้าต่างด้วยความโมโหได้
ไอ้ที่รู้สึกเหมือนถูกกล่องหลอกให้ซื้อแต่ภาพจริงๆไม่สวยเท่ายังไม่โกรธมาก
แต่ไอ้เนื้อเรื่องที่ดูไปก็พูดว่า "โอ๊ย...นี่มันอะไรกันเนี่ย??"ตลอดทั้งเรื่องนี้รับไม่ได้จริงๆ
แน่นอนอยู่แล้วว่าเนื้อเรื่องไม่เหมือนกับฉบับการตูนมันเรื่องปกติ..แต่ไม่เหมือนฟ้ากับเหวแบบนี้
มัน...มัน..มันจะดีจริงๆเหรอออออออ???? หนักเข้าดูไปซักพักเราก็เริ่มว่าแรงขึ้นเรื่อยๆ
"นี่มันคงไม่ใช่การตูนเรื่องเคียวแต่เป็นเรื่องอื่นที่ยืมตัวละครเคียวไปใช้แน่เลย" - มีตัวละครเสริม(ที่โดดเด่นมาก) คือ มิเกร่าซัง เราก็ไม่ได้ไม่ชอบเค้านะ
- จตุรเทพตัดเหลือสองคนเอาซะอย่างงั้น...ก็เข้าใจนะว่าตัวละครขายได้ทั้งหลายอนิเม
คงตัดทิ้งไม่ลง...แต่....แต่...แต่ว่า................. - อิเอยาสุตายตั้งแแถมเป็นคนที่เป็นตัวแทนในฉบับการตูนด้วย..เซ็ง
- ทำไมตัวละครนิสัยประหลาดไปจากต้นฉบับการตูนปานนี้..โดยเฉพาะซาสุเกะกับยูคิมุระ
- เคียวกับเคียวชิโร่เป็นคนเดียวกันที่แยกออกเป็นสองร่างซะงั้น
- ตัดความสัมพันธ์พี่น้องของชินเรกับโฮตารุออก..ตอนไม่พอมั้ง
- ตระกูลมิบุกลายเป็นสัตว์ประหลาดเคนโยตอนสูกัน (เพราะดาวหางตอนต้นเรื่อง)
- โนบุนางะ กับ บาซาระ เด่นมากเลยกลายเป็นตัวร้ายลาสบอสไปแล้ว
- เพลงซาวแทร็กประหลาดๆ..เสียงภากษ์ไม่ค่อยตรงกับที่คิดไว้เท่าไหร่
- อุตส่าห์มีตรงสู้กันหลังจากนั้นสิบเอ็ดปีให้ดู..แต่ทำไมตัวละครหน้าตาไม่เปลี่ยนกันเลย?










กว่าจะจบได้ ก้อนานเลย
#1 By chanta on 2008-09-12 15:51