[★] Junjou Mistake
posted on 29 Jan 2009 22:28 by tonarino
จากที่เคยมีคนถามเกี่ยวกับเรื่อง Junjou Mistake
เลยคิดว่าจะเขียนถึงซักหน่อย
ตอนแรกสุดตั้งใจจะเขียนเป็นเนื้อเรื่องของแต่ละตอนแบบละเอียด....
แต่คิดอีกทีเขียนแค่คร่าวๆเอาที่เราอยากพูดถึงเล็กน้อยแล้วกัน
(แรกสุดจริงๆทั้งใจจะทำแปลไทยด้วยเพราะมันแค่ 6 ตอน
ตอนละแค่ 10 กว่าหน้าเอง น่าจะทำเสร็จได้....แต่คิดไปคิดมา
การ์ตูนเรื่องนี้ดังจะตายเดี๋ยวก็คงมีคนทำแปลอยู่แล้วหล่ะ อืมๆ
*ผยักหน้า*)
เตือนๆ เนื้อหาเกี่ยวกับ yaoi (ความสัมพันธ์แบบ
ชาย x ชาย)
Junjou Mistake เป็นการ์ตูนสั้นๆที่อยู่ใน
DVD Animetion เรื่อง Junjou
Romantica
ทั้งหมด 6 ตอนโดยแต่ละตอนจะมีประมาณ
18 หน้า (ไม่นับ Cast interview..ไม่เกี่ยวอยู่แล้ว)
สำหรับใน DVD ภาค 2
ของเรื่องนี้นั่น จะมีเรื่องอะไรให้อ่านเราก็ยังไม่รู้เหมือนกัน
(ไม่ปลื้มภาคสองเท่าไหร่ Terrorist ช้านนนน
เหลือตอนเดียวน่าเคืองจริงๆ
)
แต่เรื่อง Junjou Mistake นี้อยู่ใน
DVD ภาคแรก ( 6 แผ่นตัวการ์ตูนแถมนี่ก็
6 ตอนจบ)
ความเห็นส่วนตัว (ปนเล่าเนื้อเรื่องในแบบของเราบ้างนิดหน่อย...มั้ง)
เรื่องนี้เป็นเรื่องของ Isaka Ryuichiro กับ
Asahina Kaoru
ที่มีบทอยู่ในเรื่องตัวการ์ตูนหลัก Junjou Romantica
สำหรับเราแรกสุดที่เห็นว่าเป็นคู่นี้ก็นึกถึงคำพูดที่ว่า
"คนประเภทเดียวกันจะดึงดูดกันเอง" ขึ้นมา
สิ่งที่คิดขึ้นมาไม่ได้เกี่ยวกับตัวเนื้อเรื่องหรอกเพียงแต่คิดขึ้นมาว่า
ถ้าคนนึงเป็นพวกชอบผู้ชายขึ้นมารอบข้างจะกลายเป็นแบบนั้นหมดรึไงน้า(?)
ในที่นี้ลองเอา อาจารย์อุซามิ(หรือเรียก อุซางิซัง จะดีกว่า?) เป็นกลาง
อืม.....คนรอบข้างอาจารย์ดูจะ ชาย x
ชาย เป็นวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ
เอาเถอะช่างเรื่องที่เขียนข้างบนไปแล้วกัน
![]()
คู่นี้เองก็ดูน่าสงสัยตั้งแต่ตอนอ่านเนื้อเรื่องหลักแล้วหล่ะ
![]()
สงสัยจริงๆนะตอนอ่านเรื่องปกติยังคิดว่า "คู่นั้นเค้าเป็นอะไรกันรึเปล่า"
อยู่เลย
อ่านคู่นี้แล้วแอบคิดถึง Egoist ตอนต้นๆ...ก็แค่นิดเดียวที่คิดถึงล่ะนะ
แต่แรกสุดก่อนจะอ่านเลยกลับนึกถึง Sekai ichi hatsu koi (รักแรกที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก)
ว่าแต่ อิซากะซัง "เคะ"
ชัดเจนขนาดนี้เลยหรือ?
![]()
ว่าไปแล้ว อาซาฮินะ ถ้าเกิดช้ากว่านี้ซักสองศตวรรษอาจได้เป็นพ่อบ้านตัวอย่าง

ตัวหนังสือ :
สิ่งที่ต้องการจริงๆไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ไม่เคยได้มาอยู่ในมือ
หน้าแรกสุดของเรื่อง...ประโยคเปิดเรื่องนั้นค่อนข้างชอบอยู่เหมือนกัน
แต่เหนือสิ่งอื่นใดตาเราดันไปโฟกัสที่รดน้ำต้นไม้ในมือ.....![]()
ไม่คิดเหมือนกันหรือว่ามันน่ารักมาก..ที่รดน้ำต้นไม่คุณกบสวมมงกุฎ
"ทำไมนายถึงได้เป็นแบบนั้นตลอด ไม่ว่าเมื่อไหร่"
แอบสครีมตอนเด็กไปแว่บนึง..อาซาฮินะ ตอนเด็กแบ๋วน่ารักมาก
ทำไมโตขึ้นมากลายเป็นพวกหน้าตายหล่ะ??
(ถามแบบไม่จริงจังเท่าไหร่....สำนึกในหัวตอบให้ว่า
ถ้าคุมอารมณ์ไม่อยู่จะถูกลากตำแหน่งกลายเป็น "อุเคะ" ยังไงหล่ะคะ)
อาซาฮินะ : ตื่นได้แล้ว
เป็นการหลับฝันไประหว่างอาบน้ำแล้วนึกไปถึงเมื่ออดีตของฮิซากะซัง
จริงๆแล้วนอนตอนแช่น้ำอยู่อันตรายมากเลยนะ...![]()
เราเคยเป็นอยู่ครั้งนึงเหมือนกันเผลอนอนไประหว่างแช่อ่างแบบนี้
อันตรายมากเพราะพอหลับแล้วตัวก็เผลอไถลลงไป....
ประสบการณเกือบจมน้ำ(ในอ่าง)ตายที่ไม่กล้าทำอีกเลย
ทั้งตอนก็แทบไม่มีอะไรส่วนใหญ่จะเป็นการคุยกัน
![]()
แล้วก็แสดงให้เห็นว่า อิซากะซัง รู้สึกว่า อาซาฮินะ จะชอบพ่อของตัวเองมาก
ในสายตาเรามองว่าก็ดูเป็นเรื่องปกติอ่ะนะ..ก็อีกฝ่ายเป็นเจ้านายแล้วก็เป็นผู้มีพระคุณด้วยนิ
(อิซากะซัง เรียกพ่อตัวเองว่า "ตาแก่" ในขณะที่ อาซาฮินะ เรียกว่า "นายท่าน" )

ในขณะที่ อาซาฮินะ จะค่อนข้างเข็มงวดกับ อิซากะซัง ค่อนข้างมาก
แต่พอเป็นเรื่องของ นายท่าน ท่าทีก็เปลี่ยนไปทำให้ทาง อิซากะซัง ไม่พอใจ
เรื่องนี้เป็นเรื่องตอน อิซากะซัง อายุ 22 ก็คือเป็นเรื่องก่อนเนื้อเรื่องหลัก
อาซาฮินะ ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลควบเพื่อนสมัยเด็ก
สำหรับตอนที่หนึ่งนี้ที่เราชอบก็ตอนที่
![]()
อิซากะซังสมัยเด็กตัดสินใจว่าจะต้องปกป้องอาซาฮินะให้ได้
ตอนที่คุยกันแล้วพูดว่า "ถ้านายแต่งงานเมื่อไหร่ฉันถึงจะแต่ง"
ก็แค่รู้สึกชอบแบบไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไหร่
(หรืออาจจะมีเหตุผลแต่เราคิดคำอธิบายความรู้สึกตัวเองไม่ออกดีนะ)
ตอนต่อมาช่วงต้นๆก็ยังแสดงให้เห็นถึงการคิดถึงเรื่องของ อาซาฮินะ อยู่
ท่าทางว่า อิซากะซัง จะเชื่อเต็มที่ว่า รักคงไม่ผลิบาน แน่นอน
(แต่ทำไมเราอ่านมายังไม่คิดแบบเดียวกันเลยก็ไม่รู้
)
แต่ตอนนี้สำหรับเราน่าจะชอบเรื่องความจริงจังในการทำงานของ อิซากะซัง
(หรือเราคิดไปเองคนเดียวว่าก็ทำงานแบบจริงจังอยู่เหมือนกัน)
ตอนที่โดนว่าลับหลังเรื่องทำนองว่าเป็นเด็กเส้น(ลูกชายท่านประธาน)
ชอบตอนที่ยิ้มแล้วตอบกลับอยู่เหมือนกัน (ลืมไปเลยว่านิสัยแบบนั้นนิน่ะ)

" ถ้ามีเวลาว่างมากขนาดมานินทาคนอื่นได้ ลองเอาเวลา
ไปเขียนหนังสือออกมาให้ได้ซักเล่มแบบนั้นเป็นยังไงครับ คุณรุ่นพี่"

"จะที่ไหนก็ได้ ส่งนิยายนี้ไปให้สำนักพิมพ์ซะ"
ตอนที่อ่านนิยายของ อุซามิซัง (ตอนเด็ก) รู้สึกชอบที่พูดถัดมาว่า
เอาเป็นสำนักพิมพ์ตัวเองดีกว่า ยังไงก็ต้องเอาเข้าสำนักพิมพ์มารุคาวะให้ได้
ถึงจะแกมบังคับไปหน่อยแต่ก็รู้สึกชอบช่วงแถวๆนี้
ถ้าตัวเองทำไม่ได้ดันคนมีแววแทนก็ได้
แต่เรื่องก็ยังคงกลับมาที่ Love Story เหมือนเดิม
มนุษย์ในห้วงรักเป็นสิ่งมีชีวิตที่เข้าใจง่าย
ทันที่ที่มีเวลาว่างขึ้นมาเมื่อไหร่ก็จะฟุ้งซ่านไปถึงคนที่ชอบจนได้

"อะไรกัน ทำไมถึงได้อยากเจอ อาซาฮินะ ขนาดนี้"
ตัวหนังสือ : ไม่ใช่เพราะอยากได้คำพูดปลอบใจ
ก็เหมือนทุกที
ตั้งแต่เมื่อก่อนแล้วต่อให้เจอเรื่องที่เจ็บปวดหรือทนไม่ได้แค่ไหน
ถ้าแค่ได้อยู่ข้างๆ อาซาฮินะ ขอเพียงแค่นั้นฉันก็...
จริงๆตัวหนังสือนั่นต่อไปถึงหน้าถัดไปด้วยแต่เราแปลต่อไปเลยแบบไม่ได้แปะรูป
พิมพ์เองก็รู้สึกว่าทำไมเราแปลออกมาภาษาผู้หญิงขนาดนี้หน่อ (รู้ตัว)
แล้วก็จบตอนไปแบบที่ได้เจอ อาซาฮินะ ตอนเย็นอ่ะนะ
![]()

อาซาฮินะ : ขออนุญาตนะครับ
ตอนที่ 3 ก็นั่งคุยกันในห้องไปซักพักเดียว (แว่บเดียวจริงๆนะ)
อาซาฮินะก็สังเกตถึงอาการแปลกๆของ อิซากะซัง ได้
ความจริงแล้วต่อให้อยู่ด้วยกันมานานแต่ถ้าไม่ได้ใส่ใจฝ่ายตรงข้าม
ต่อให้อีกฝ่ายมีท่าทีแปลกไปก็ไม่มีทางรู้ได้อยู่ดี.....
แต่ที่จับหน้าผากนั่นเพราะจะดูว่าไม่สบายรึเปล่าอ่ะนะ
ทาง อิซากะซัง ปากก็บ่นไปแต่ในใจก็คิดว่าอยากให้จับแบบนี้นานอีกนิดก็ยังดี
อ่านมาถึงตรงนี้ใครจะปกป้องใครกันแน่หน่อ (หัวเราะ)
หลังจากที่ อิซากะซัง คิดอยู่นานว่าเพราะอะไร ทำไมกัน แค่อยู่ข้างๆ
อาซาฮินะ ก็รู้สึกดีขึ้นแล้วทั้งที่ก่อนหน้านั่นยังรู้สึกไม่ดีอยู่เลย
ระหว่างที่พูดตอบแบบขอไปที (เราคิดเองว่ามันดูขอไปที)
รู้สึกเจ็บไปหมด ท้องก็หิว สะโพกก็ไม่ค่อยดี มือเท้าก็เหน็บชา
อิซากะซัง ก็ดันรู้สึกตัวขึ้นมาได้ซะอย่างงั้นว่า
![]()

" อ๊ะ อย่างงี้นี่เอง
สิ่งที่ฉันต้องการไม่ใช่ยา ความจริงแล้วที่ฉันต้องการก็คือ..."

แล้วก็ทำลงไปจนได้...ปกติคิดได้แต่ห้ามทำคือหลักของรักข้างเดียว(รึเปล่า?)
เวลาที่เราป่วยเป็น "โรครัก" จะมีอาการควบคุมตัวเองไม่ได้ตามมาซินะ
(แล้วเราไปวิจารณ์ความรักของคนอื่นเรื่องตัวเองเอารอดแล้วหรือ??)
อาซาฮินะ :
ทำไมคุณถึงได้เอาแต่สร้างเรื่องเดือดร้อนให้ผมได้ตลอด
ทำแบบนั้นมันสนุกมากนักเหรอครับ
อิซากะ : ห๊ะ? อะไรกันล่ะนั่นหน่ะ...
ทั้งที่ยังพูดกันไม่จบแต่ อาซาฮินะ ก็ไปรับโทรศัพท์ของนายท่าน
ยิ่งทำให้ทาง อิซากะซัง โมโหเข้าไปใหญ่ ทำนองว่า
ทั้งที่ฉันคิดถึงเรื่องนายขนาดนี้ อะไรก็พ่อๆอยู่ได้ เลยดึงโทรศัพท์มาขว้างทิ้ง
พูดไปพูดมาก็พลั้งปากไปจนได้ว่า งั้นก็ลาออกไปเลย
ต่อให้นายไม่อยู่ฉันก็ไม่เดือนร้อน
แต่ในใจก็คิดแต่ว่า ไม่ใช่ เรื่องที่อยากจะพูดจริงๆมันไม่ใช่เรื่องพวกนี้เลย

อาซาฮินะ : เข้าใจแล้วครับ
ถ้านั่นเป็นความต้องการของคุณผมก็จะทำตาม
อิซากะ : เฮ้ย ทำไมล่ะ ไม่ใช่ มันไม่ใช่แบบนั้น
อาซาฮินะ ถ้าเป็นนายก็น่าจะเข้าใจไม่ใช่เหรอ
สำหรับเราแล้วยังไงคนเราก็ไม่มีพลังจิต..คงไม่อาจรู้เรื่องในใจของอีกฝ่ายได้
ต่อให้คิดว่าอีกฝ่ายน่าจะคิดยังไงก็ยังต้องมีเรื่องความมั่นใจที่จะเชื่อว่าตัวเองคิดถูกอีก
ดังนั้นต่อให้ทาง อิซากะ มีความมั่นใจว่า อาซาฮินะ ต้องเข้าใจว่า
จริงๆแล้วสิ่งที่ตัวเองพูดออกมาไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองกำลังคิดจริงๆแค่ไหน
แต่ทาง อาซาฮินะ อาจไม่คิดเรื่องที่ว่าความจริง อิซากะ ต้องการให้ตัวเองอยู่ข้างๆ
คำพูดมีไว้ให้เราสื่อสารกันให้เข้าใจแทนที่จะเอาแต่คิด......
(ถึงจะพูดแบบนั้นแต่เราเองก็เป็นพวกที่ปากกับใจไม่ตรงกันเหมือนกัน
เพราะอย่างนั้นถึงได้มักชอบคนที่สามารถพูดความรู้สึกของตัวเองออกมาตรงๆได้)
แล้วตอนที่สามก็จบไปแบบนั้น ตั้งแต่ตอนที่ 1-3
จริงๆเป็นวันเดียวกัน
ช่วงเวลาตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น...ดูเป็นวันลำบากๆยังไงอยู่น้า
ตอนที่ 4 อิซากะซัง ก็ฝันถึงตอนเด็กๆอีกแล้ว
แต่ในความฝันกลับนึกไม่ออกว่าตัวเองให้อะไร อาซาฮินะ ตอนเด็กไป
สุดท้ายก็ตื่นเพราะจมน้ำ(บอกแล้วว่าหลับในอ่างมันอันตราย)
แล้วก็เผลอเรียกหา อาซาฮินะ ไปตามความเคยชินแต่แน่นอนว่าไม่อยู่แน่อยู่แล้ว

" รู้สึกว่าพอคุณอาซาฮินะไม่อยู่ด้วยแล้ว
คุณอิซากะดูไม่เหมือนคุณฮิซากะเลยนะคะ "
คาดว่าคุณเพื่อนร่วมงานคงพูดแบบไม่ได้คิดอะไร

คงไม่คิดว่าทะเลาะกันอยู่ด้วยซ้ำ...เป็นเราก็คิดแค่ว่าแปลกจังวันนี้ไม่อยู่ด้วยกัน

สิ่งที่อิซากะซังกลัวมากที่สุดก็คือการที่อาซาฮินะอาจจะเลิกเป็นบรรณาธิการ
แต่ก็ยังเดินมาเจอกันได้ถึงสุดท้ายจะหลบตาแล้วไม่ได้พูดอะไรกันเลยก็เถอะ
(แปลว่ายังทำงานอยู่ไม่ได้ลาออกจากตำแหน่งบรรณาธิการนั่นเอง)

"ทำไม เพราะอะไรฉันถึงได้รักเจ้าหมอนั่นกันนะ"

" เพราะอะไรเจ้านั่นถึงได้ไม่รักฉัน
เพราะอะไรเจ้านั่นถึงไม่ใช่ผู้หญิง เพราะอะไรฉันถึงได้เป็นผู้ชาย
เพราะอะไรฉันถึงได้มีแต่ความรู้สึกที่สูญเปล่าอยู่แบบนี้
เพราะอะไร เพราะอะไร เพราะอะไร
ทำไมเรื่องมันถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้ "
ประโยคสุดท้ายจริงๆเป็นของอีกหน้านึงแต่บทมันต่อกันเลยพิมพ์ลงมาด้วย
สงสัยจริงๆตอนอ่านว่า "เพราะอะไรถึงไม่ใช่ผู้หญิง" มันมีผลด้วยเหรอ??
หลังจากนั้น อิซากะซัง มานั่งคิดนอนคิดอยู่ที่บ้าน คิดไปคิดว่าก็ถึงขนาด
หนวกหูเสียงคิดของตัวเอง ( - - ") แล้ว อาซาฮินะ
ก็มาหาพอดี
(นับๆไปแล้ว 4 ตอนที่ผ่านมาเวลาในเรื่องที่เดินไปคือเย็นของวันที่สองเองนะ)
อาซาฮินะ มาบอกลาว่าจะไปจากที่นี่ แล้วก็เอาต้นไม้มาคืนให้
(คงเป็นของที่ให้ไปแล้วนึกไม่ออกในฝันนะแหละ)
แล้วก็บอกว่าฝากดูแลรดน้ำด้วยแล้วกัน
ส่วนทางอิซากะลืมไปแล้วว่าต้นไม้นี่คืออะไร
หรือพูดให้ถูกสนใจเรื่องที่จะย้ายออกไปของ อาซาฮินะ มากกว่า

อาซาฮินะ : ขอบคุณที่ช่วยเหลือมาจนถึงวันนี้นะครับ ท่านริวอิจิโร่
อิซากะ :
อา...เร็วเข้า..ถ้าไม่พูดอะไรซักอย่าง..ไม่ทำอะไรซักอย่าง
ความสัมพันธ์ของฉันกับนาย..ต้องถูกตัดขาดลงแน่ๆ
แต่สุดท้ายจน อาซาฮินะ ไปแล้วก็ยังไม่ได้พูดอะไรอยู่ดี
จริงๆอิซากะซังก็เป็นพวกทำอะไรๆก็ได้ดียกเว้นเรื่องชีวิตรักอีกคนนึง
แบบที่ว่า
ไม่เข้าใจเลยว่าในเวลาแบบนี้ควรจะพูดอะไร ควรจะทำตัวแบบไหนถึงจะดี
ทั้งๆที่ถ้าเป็นเรื่องงานละก็จะสามารถทำได้ในทันทีว่าต้องทำตัวยังไงถึงจะดี
ซักพักก็เริ่มหลอกตัวเองว่า ไม่เป็นไรมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
แล้วพอขนต้นไม้เข้าบ้านได้คุยกับคุณแม่ถึงเรื่องเก่าๆเลยนึกขึ้นมาได้

" ไอ้นี่..ให้ยืม "
ต้นไม้ต้นนี้สมัยตอนเด็กๆ อิซากะ ให้ อาซาฮินะ ไปเอง
ภาษาดอกไม้ของมันคือ "ขอให้ร่าเริงขึ้น" เพราะอยากที่จะให้
อาซาฮินะ ที่บอบช้ำทั้งร่างกายและจิตใจแข็งแรงขึ้นเร็วๆ
"ในตอนที่ไม่สามารถร่าเริงได้ ถ้ามีไอ้นี่อยู่ด้วยละก็จะต้องไม่เป็นไรแน่นอน"
ช่างเป็นเด็กที่รักเพื่อน(?)ดีจริงๆเลยน้า~ วัยใสของ อิซากะซัง
ชัดๆ
หลังจากนั้นก็ได้รับเมลล์(มือถือ)จากยามาโมโตะซังว่าอาซาฮินะจะลาออก
ทั้งๆที่ตอนเจอก็ไม่ได้พูดอะไรแท้ๆ ทำไมตัวเองถึงไม่รู้เรื่องเลย
คิดจะตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่ไหนโดยที่ไม่บอกให้รู้ ไม่มีทางยกโทษให้แน่

แล้วก็วิ่งตากฝนมาหาจนได้ ทางอาซาฮินะก็ตกใจที่เปียกฝนมา
ตอนแรกอาซาฮินะจะเอาผ้าขนหนูมาให้ก่อนแต่ทางอิซากะซังพูดเรื่องลาออกซะก่อน
เรื่องนั้นเป็นเรื่องจริงเหรอ? ทำไมฉันถึงไม่รู้อะไรเลย
ต้องให้เด็กที่ทำงานเป็นคนบอก
โวยวายๆไปซักพักทางอาซาฮินะก็บอกว่า ตัวเองไม่ใช่คนดูแล อีกต่อไปแล้ว
ทางอิซากะซังที่จับชายเสื้อเอาไว้ไม่ปล่อยแล้วบอกว่าจะไม่ยกโทษให้เด็ดขาด
อาซาฮินะ ก็เลยบอกว่า "ขอพูดเรื่องเสียมารยาทหน่อยนะครับ"

อาซาฮินะ : ผมรักคุณครับ
การที่ผมอยู่เคียวข้างคุณจะทำให้คุณเดือดร้อน
ดังนั้นผมถึงอยากจะไปให้ไกลจากคุณครับ
คิดว่าเป็นความรู้สึกที่ถ่อมตัวจังเลยนะ
ความรู้สึกชอบของเราจะทำความลำบากใจให้อีกฝ่าย
ดังนั้นเพื่อไม่ให้เค้าเดือดร้อนจึงต้องไปอยู่ให้ไกลจากเค้า

อิซากะ : นาย..แล้วเรื่องพ่อ..
อาซาฮินะ : นายท่านทำไมหรือครับ?
อิซากะ : นายรักตาแก่ไม่ใช่รึไง...
แล้ว อาซาฮินะ ก็ตอบทำนองว่าต้องขอโทษด้วย
แต่ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่า อิซากะ หมายความว่ายังไง
สำหรับเค้าแล้วนายท่านเป็นผู้มีพระคุณก็ต้องเป็นท่านที่มีความสำคัญอยู่แล้ว
(แต่ไม่ได้ในเชิง "รัก" อย่างที่ อิซากะ พูด...เชิงเคารพมากกว่า)
แล้วก็จบตอนที่ 5 ที่หน้านี้แหละ...อิซากะซังคิดเองเออเองจริงๆด้วย

อิซากะ : ทั้งที่ตัวเองปฏิเสธตอนที่ถูกจูบเนี่ยนะ
อาซาฮินะ :
นั่นเป็นเพราะคุณรู้ความรู้สึกของผมมาแต่แรกแล้ว
อิซากะ : ห๊ะ อะไรกันล่ะนั่นนะ มันไม่ใช่เลยไม่ใช่รึไง
อย่ามาตัดสินเอาเองซิ
นาย..ชอบฉันตั้งแต่เมื่อไหร่
อาซาฮินะ :
คุณอาจจะลืมไปแล้วเรื่องต้นไม้ในกระถางที่คืนให้เมื่อครู่...
ตัวหนังสือ : อา อาอ้า อ้า ไม่ไหวแล้ว
อิซากะ : นายบ้ารึเปล่า

อิซากะ : นายคิดยังไงกับฉัน
ฉันก็คิดกับนายแบบเดียวกันนั่นแหละ
( จริงๆถ้าแปลตรงๆมันจะเป็น
เรื่องที่นายคิดเกี่ยวกับฉันก็คือเรื่องที่ฉันคิดเกี่ยวกับนาย
แต่ถ้าแบบนั้นมันไม่ลื่นเท่าไหร่ใช่มั้ย? )
จริงๆตอนที่อิซากะซังบอกว่า
" นายไม่ได้เข้าใจฉันเอาซะเลย คิดว่าอยู่ด้วยกันมากี่ปีแล้ว "
เรายังคิดอยู่เลยว่าทางตัวเองก็คิดเองเออเองพอกันไม่ใช่หรือไงล่ะนั่น
ส่วนทางอาซาฮินะเข้าใจว่าการกระทำของอิซากะคือการแกล้งตัวเองซินะ....
"บ้าจริงๆ ทำไมถึงไม่รู้สึกตัวเลยจนป่านนี้กันนะ ทั้งๆที่อยู่ใกล้กันแค่นี้
บางทีนั่นคงจะเป็นเพราะชอบเอาซะมากๆ ก็เลยตัดสินเอาเองเพราะชอบมากเกินไป"
เนื้อความประมาณนี้แบบสรุปๆ...อ่านแล้วก็รู้สึกว่ามัน
Mistake ก็ตรงนี้นี่เอง
ความผิดพลาดของใจที่ไร้เดียงสา (Junjou Mistake)
![]()
ก็คือการตัดสินความรู้สึกให้อีกฝ่ายเอาเอง....เรารู้สึกว่าอ่านแล้วคิดแบบนั้นนะ

ชอบฉากนี้แบบไม่มีสาเหตุ....
รู้สึกว่าวาดออกมาได้สวยดีอ่ะ
(อาซาฮินะคุงจะรับผิดทั้งหมดก็เอาเถอะตามประสา seme
ที่ดี
)
แล้วก็ฉาก...สงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมต้องไปทำอะไรกันในห้องน้ำด้วยนะ
แต่ในที่สุด อิซากะซัง ก็นึกออกถึงตอนที่ให้กระถางต้นไม้ไป
ว่านั่นเป็นครั้งแรกที่ อาซาฮินะ ยิ้มให้กับเค้า (ยิ้มได้แบ๋วมากจริงๆ)
หลังจากนั้นก็ได้เห็นว่าสุดท้ายอาจารย์อุซามิ(ตอนเด็ก)ก็ตัดสินใจส่งนิยายมาจริงๆ
อิซากะซัง ยังมานั่งอ่านต้นฉบับทำนอง "ไหนๆของดูฝีมือหน่อยซิ" อยู่เลย

แล้วเรื่องก็จบด้วยประโยคที่ว่า "สิ่งที่ต้องการจริงๆได้มาอยู่ในมือแล้ว"
สำหรับเราแล้วอ่านมาจนจบก็รู้สึกว่าจะชอบคู่นี้มากขึ้น
แต่เรื่องที่เกิดขึ้นสองวันของอิซากะซังนี้...ถ้า อุซางิซัง รู้เข้าหล่ะก็...
อาจถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือแก้แค้นที่ตัวเองถูกแกล้งอยู่บ่อยๆ(หัวเราะ)
อืม....อิซากะซัง ตอนเด็กเห็นแล้วนึกถึง มิซากิคุง ชะมัด...
แล้วก็ อาซาฮินะ ฉากสุดท้ายของตอนที่ 6 ยิ้มได้เหมือนโนวากิเลย
............
........
....
..
ไม่รู้จะพิมพ์ไรต่อแล้วแฮะ....
มาถึงตรงนี้แล้วคนอื่นเข้าใจกับเราด้วยรึเปล่ายังไม่แน่ใจเลย

ปล. ขอนอกเรื่องหน่อยแล้วกัน Sakura gari ตอนที่
6 (โดย Watase yuu)
ชอบตอนนี้ที่มาซาทากะตัดสินใจว่าจะหนีไปให้ไกลที่ไหนก็ได้ที่ไกลจากคนๆนั้น
แต่ขากลับเดินมาหาคนๆนั้นที่ว่า (ก็ท่านโซมะนั่นแหละ) ซะอย่างนั้น
แถมตอนเดือดร้อนก็ตะโกนเรียกชื่อคนๆนั้น (ท่านโซมะ)....
สงสัยว่าจะชอบท่านโซมะเข้าให้แล้วล่ะมั้งนั่น...แต่ก็พอเข้าใจนะญาติก็ไม่มีแล้ว..
รู้สึกว่าตัวละครเอกเรื่องนี้ชีวิตค่อนข้างรันทดเหลือเกิน..แต่สนุกดีนะเรื่องนี้อ่ะ
ปล.II จน Pandora Hearts เป็นอนิเมแล้วตัวหนังสือการ์ตูนที่กองอยู่ที่บ้าน
ห้าเล่มยังอ่านไม่ขยับไปถึงไหนเลย...ยังไม่พ้นครึ่งเล่มหนึ่งด้วยซ้ำ...ทำไงดี(- -")










แต่จริงๆแล้วเป็นแผนการตลาดที่สุดยอดมากเลยนะคะ คงจะไม่ได้เตรียมมาก่อนว่าจะเอาคู่นี้มาใส่เฉพาะแถมในดีวีดีนะ แต่น่าจะบังเอิญมากกว่า แบบ เขียนใส่ซะเลย แต่สุดยอดแผนการตลาด ต้องไปซื้อดีวีดีมากัน ก๊ากกกกกกกกก (ดีที่เค้ามีให้โหลด ก๊ากกกกก แย่ได้อีกดิฉัน)
ถ้าอุซามิซังได้รู้คงฮาน่าดูค่ะ อยากเห็นจริงๆเลย ก๊ากกกกกกก
#1 By songsage on 2009-01-29 23:18