[★] Burning prayer ( Lal mirch CV:Masami Suzuki )
posted on 06 Apr 2009 12:01 by tonarino
ยิ่งพยายามจะเกลาไทยเป็นไทยยิ่งออกมาไม่รู้เรื่องเข้าไปใหญ่ 
จบการแปลอันนี้เราได้รับรู้แล้วว่าตัวเองไร้พรสวรรค์ในการแปลภาษาขั้นสูง
คนตรวจแปลให้ไม่ว่างทั้งคู่...ดังนั้นมันก็คงจะผิดๆถูกๆไปตามประสา ![]()
จริงเราเองก็ไม่ได้ชอบการแปลแบบไร้ความรับผิดชอบของตัวเองแบบนี้ซักเท่าไหร่
พยายามจะเน้นแปลแบบอินไปกับตัวละคร...อืม...จะเรียกว่าออกมาเกิดดีมั้ยหว่า ![]()
Burning Prayer
Lal mirch CV : Masami Suzuki
月が滲む眠れない夜を 繰り返すたび疼くこの傷跡
焼けるような悲しみに惑い 溜息さえ行き先を忘れた
tsuki ga nishimu nemurenai yoru wo
kurikaesu tabi uzuku kono kizuato
yakeru youna kanashimi ni madoi
tamaiki sae iki saki wo wasureta
ทุกคร่าที่แสงจันทร์ซึมซับลงมาในค่ำคืนที่ไม่อาจขมตาหลับลงได้
รอยแผลเป็นนี้ได้แต่เจ็บเตือนซ้ำไปมา
จิตใจลุ่มหลงอยู่ในความโศกเศร้าราวกับจะมอดไหม้
แล้วก็ถอนหายใจที่หลงลืมจุดหมายปลายทางไปแล้ว
(คิดอยู่ว่าที่แสงจันทร์ซึมลงมาหมายถึงซึมแบบบรรยากาศ
ทั่วทุกที่เป็นตอนกลางคืนที่แสงจันทร์สาดส่อง
หรือว่าหมายถึงทุกครั้งที่แสงจันทร์ส่องไปโดนรอยแผลเป็นดี)
失う事は「終わり」なんかじゃない
その瞬間に揺らぐ未来
ushinau koto wa 「owari」nanka jyanai
sono shunkan ni yuragu mirai
การสูญเสียไม่ใช่จุดจบ ณ ช่วงวินาทีนั้นได้สั่นคลอนอนาคต
(*) 情熱に触れたなら 悪夢を貫いてみせるから
譲れない思いほど 胸の強さに変えて
憎しみへ挑むのは
たぎる炎が燃え尽きるまで 戦う事を誓ったから
jyounetsu ni fureta nara akumu wo tsunaruite miseru kara
yuzurenai omoi hodo mune no tsuyosa ni kaete
nikushimie idomu no wa
tagiru honoo ga moetsukiru made tatakau koto wo chikatta kara
หากพูดถึงเจตนาอันแรงกล้าแล้วล่ะก็ จะทำให้ได้เห็นฝันร้ายกันไปเลย
ยิ่งมีสิ่งที่ไม่อาจปล่อยไปได้ ก็ยิ่งทำให้จิตใจเปลี่ยนเป็นความเข็มแข็ง
แม้จะเสี่ยงว่าต้องถูกเกลียดชังแต่
ขอสาบานว่าจะต่อสู้จนกว่าเปลวไฟที่พรั่งพรูนี้จะมอดไหม้จนหมดสิ้น
(เปลวไฟแห่งความแค้นในอก...ไฟแบบนี้ดับยากนะ)
闇に刻む噛み締めた思い やり切れなさが静寂を許さず
狂い咲いた切なさが絡む 孤独の中騒めきが消えない
yami ni kizamu kami shimeta omoi
yari kirenasa ga seijyaku wo yurusazu
kurui saita setsunasa ga karamu
kodoku no naka sawameki ga kienai
ความรู้สึกมืดมนที่บีบรัดกัดกิน(จิตใจ)จนกลายเป็นรอยสลัก
ทนไม่ไหวแล้ว ไม่อาจปล่อยให้มันเงียบสงัดอยู่แบบนี้ได้
ความผิดปกติที่เบ่งบานพันเกี่ยวออกมาจากใจ
ท่ามกลางความโดดเดี่ยวเสียงตะโกนไม่อาจจางหายไป
(เสียงกรีดร้องน่าจะเหมาะกว่าแต่มันไม่ได้ใช้คำนั่นอ่ะ
เหมือนกับว่าเวลาอยู่คนเดียวตะโกนหรือกรีดร้องไปก็เท่านั้น)
無くした色は消え去ったんじゃない いつか再び光放つ!
nakushita iro wa kiesattan jyanai
itsuka futatabi hikari hanatsu
สีแห่งการสูญเสียไม่เคยจางหายไป
ซักวันหนึ่งจะส่องแสงออกมาอีกครั้ง
(เหมือนบอกว่าที่เห็นอยู่นิ่งๆแบบนี้ ไม่ได้เพราะไม่รู้สึกอะไรหรือหายแค้นแล้ว
แค่รอเวลาให้วันนึงฉายแสงอีกครั้ง)
(**) 揺るがない気持ちほど 答えならこの手で導くと
熱い鼓動に駆られ 永い刹那に生きる
煌きを望むのは
罪で染まる影が歓びで 溢れる事を祈ったから
yuru ga nai kimochi hodo kotae nara kono te de michibiku to
atsui kodou ni karare nagai setsuna ni ikiru
kirameki wo nozomu no wa
tsui de somaru kage ga yorokobi de afureru koto wo inotta kara
ตราบเท่าที่ความรู้สึกไม่หวั่นไหว มือนี้จะนำทางไปถึงคำตอบ
ชีวิตยาวนานในชั่วพริบตาเมื่อหัวใจเต้นโดยตกอยู่ใต้อำนาจความร้อนรุ่ม
ยินดีที่ความปรารถนาอันเปล่งประกายจะถูกเงาแห่งบาปย้อมสี
เพราะอธิษฐานอย่างท่วมท้นให้เป็นเช่นนั้น
(ไม่รู้จะใช้คำยังไงดี...เหมือนกับว่าถึง ความฝันความหวังที่เคยเปล่งประกาย
จะถูกความรู้สึกแค้นย้อมก็ไม่เป็นไร รู้สึกดีใจซะอีกเพราะตัวเองปรารถนาให้
เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว..เลือกที่จะมีชีวิตแบบล้างแค้นมากกว่าสงบสุข)
ซ้ำ (*)(**)
---------------------------------------------------------------------------
ไปดูหนังต่อดีกว่า
ยังดู STAR WAR ไม่ครบทุกภาคเลย ![]()











แถมต้องเรียบเรียงให้คนอื่นเข้าใจเหมือนกันอีก ยากง่ะ
#1 By talalan on 2009-04-06 14:23